ความลับ ‘ยาเร่งผิวขาว’ โศกนาฏกรรม…ความสวย

          ความลับ ‘ยาเร่งผิวขาว’ โศกนาฏกรรม…ความสวย

ความลับ 'ยาเร่งผิวขาว' โศกนาฏกรรม...ความสวย

             กลายเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นยุคใหม่ที่ต้องการจะมีผิวขาวใส นวลเนียน เปล่งประกายออร่า ที่หันมาใช้เครื่อง สำอางประทินผิวกันจน เป็นแฟชั่น ใครไม่ใช้ถือว่าเชย ตกกระแสความขาว!

ยิ่งไปกว่านั้น โฆษณาเครื่อง สำอางประเภทไวท์เทนนิ่งทั้งหลายยังสร้างภาพชวนให้เชื่อว่า ความขาวสร้าง ได้ภายใน 7 วัน บางโฆษณา ถึงขนาดลงทุนให้มีหนุ่มๆ หน้าตาดี ขี่รถหรูหรา พอเห็นหน้าขาวๆของสาวเจ้า ก็ถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด ส่งผลให้ยอดขายเครื่องสำอางทั้งประเภท ครีมหน้าขาว ครีมหน้าเด้ง ยกกระชับ ชะลอวัย ในปีที่ผ่านมาทะลุเป้าเลยกว่าหมื่นล้านบาท

“ยากินแล้วขาว น้องเด็กมหา’ลัย พริตตี้ ฮิตมากเลยนะ”

เสียง BA สาวโฆษณาสรรพคุณ “สารเร่งผิวขาว” ที่กำลังฮอต ให้กับลูกค้าวัยรุ่นที่เข้ามาสอบถาม

 

“มีหลายอย่างให้เลือก ทั้งแบบกิน ทา หรือแบบฉีดก็มี แต่น้องต้องไปให้คลินิกฉีดให้นะ ครั้งละแค่ 30 บาท อ้อ! มีแบบมี อย.กับไม่มี อย.นะน้อง ถ้ามี อย.ก็ 580 บาท ไม่มี อย. 320 บาท”

สารเร่งผิวขาวแบบฉีดที่โฆษณาขายโจ๋งครึ่มอย่างที่ว่า คงหมายถึง กลูตาไธโอน ซึ่งกำลังฮิตติดตลาด ทั้งหนุ่มน้อย สาวน้อย กะเทย ทอม ตุ๊ด ดี้ เกย์คิง เกย์ควีน แห่แหนกันไปใช้บริการทั้งกิน ทั้งทา ทั้งฉีด กันเป็นว่าเล่น โดยไม่เกรงกลัวอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา

“พวกพริตตี้มาซื้อที่นี่กันทั้งนั้นแหละพี่ เอาไปฉีด ไม่ใช่แต่หน้านะที่ขาว ตัวก็ขาวด้วย พวกนี้เวลาไปออกงาน ออร่าสุดๆ ติดใจ ก็มาซื้อใหม่ เพราะ ยิ่งขาวเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้งานเพิ่มขึ้น” คนขายพยายามอธิบายถึงความวิเศษของสารเร่งความขาว ที่เธอบอกว่า ขายดีมากๆจนแทบไม่มีเวลาพัก

แต่ความลับอย่างหนึ่งที่ทั้งคนขายและคนซื้ออาจจะยังไม่รู้ นั่นก็คือ “ยาเร่งผิวขาว” ที่ใช้ได้กับทุกอวัยวะร่างกาย โดยเฉพาะ “ยาฉีด” นั้น เป็น “ของปลอม” ทั้งหมด เนื่องจาก อย.ไทยไม่เคยมีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนสารชนิดนี้ในประเทศไทยแม้แต่ตัวเดียว รวมทั้ง ที่นำเข้าจากต่างประเทศด้วย

 

แถมยังตามล่า กวาดล้าง คนที่นำมาขาย หรือ นำมาฉีดให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นตามคลินิก คอนโดมิเนียม รวมทั้งคลินิกดังย่านสุทธิสารที่มีทั้งดารา นักศึกษา และหมอนวด แห่แหนกันไปฉีดจนเป็นแฟชั่น

ส่วนชนิดที่เป็น “ยากิน” ไม่ว่าจะเป็นยาน้ำ ยาผง หรือ ยาเม็ด อย.อนุญาตในรูปแบบของอาหารเสริมที่ต้องมีปริมาณไม่เกิน 250 มิลลิกรัมต่อเม็ด ถ้าเกินกว่านี้ ถือว่า “ผิดกฎหมาย”

ความจริงอีกอย่างก็คือ คุณสมบัติของกลูตาไธโอนนั้นไม่ใช่สารเร่งความขาว แต่เป็นสารที่ใช้ในการรักษาผู้ป่วยตับอักเสบ ช่วยเพิ่มการทำงานของตับในการฟอกพิษ ขจัดสารพิษออก จากร่างกาย ช่วยซ่อมแซมฟื้นฟูสภาพของเนื้อเยื่อตับ ในประเทศอิตาลี ใช้กลูตาไธโอนในการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากและมะเร็งกระเพาะอาหาร ภายใต้การกำกับดูแลของแพทย์ ไม่ใช่นำไปใช้เองแบบพร่ำเพรื่อ

ส่วนชนิดทา ส่วนใหญ่แล้วไม่ใช่ กลูตาไธโอน ที่ดีหน่อย อาจเป็นสารในกลุ่ม อัลฟ่า อาร์บูติน (Alpha Arbutin) ซึ่งเป็นสารชนิดเดียวกับที่ใช้ผสมในไวท์เทนนิ่งครีมทั้งหลาย คุณสมบัติของสารตัวนี้ คือ เข้าไปยับยั้งการอ๊อกซิไดของเอนไซม์ในกระบวนการผลิตเม็ดสี เป็นอนุพันธ์หรือสายพันธุ์ที่แยกออกมาจากสารจำพวกไฮโดรควิโนน ซึ่งสามารถสกัดได้จากพืชบางชนิด เช่น มัลเบอร์รี่ ฯลฯ

 

         อีกชนิดหนึ่ง คือ ทรานซามิน (Transamin) หรือที่ฮิตกันในหมู่วัยรุ่นว่า JA เป็นยาที่ใช้ในการทำให้หลอดเลือดแข็งตัว และต้องใช้ตามใบสั่งแพทย์เท่านั้น เนื่องจากมีผลข้างเคียงที่อาจทำให้เส้นเลือดอุดตัน มีผลต่อตับ ทำให้เกิดลิ่มเลือดในร่างกาย หากได้รับในปริมาณมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

อีกชนิดหนึ่ง คือ ครีมหน้าขาวที่ขายกันอยู่ตามร้านรีเทลช็อป บูธหรือร้านขายเครื่องสำอาง รวมทั้ง ตลาดนัด เครื่องสำอางเหล่านี้ราคาถูกมากเมื่อเทียบกับบรรดาไวท์เทนนิ่งครีมที่โฆษณาผ่านสื่อ บางคนนำมาทารักแร้ หรือแม้แต่ตาตุ่ม โดยเชื่อว่าจะช่วยเพิ่มความขาวให้กับอวัยวะส่วนที่ทานั้นๆ ครีมประเภทนี้เป็นที่นิยมในหมู่สาวโรงงาน แม่บ้าน หรือ พนักงานทำความสะอาด ที่มีเงินไม่มากแต่อยากสวย ส่วนใหญ่ครีมหรือเครื่องสำอางเหล่านี้มักผสมสารต้องห้าม เช่น ปรอท และ ไฮโดรควิโนน กรดวิตามินเอ กรดอาเซลิก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอักเสบ แพ้รุนแรง แสบหน้ามาก และกัดสีผิวจนเสียกลายเป็นหน้าขาวแบบกระดำกระด่าง ไม่สามารถรักษาให้หายได้

 

 

          สำหรับกลูตาไธโอน หากมีการฉีดเข้าร่างกายในปริมาณมากเกินไปจะทำให้เม็ดสีผิวลดลง โดยเฉพาะเซลล์สร้างเม็ดสี (เมลาโนไซท์) ในผิวหนังลดลง ส่งผลให้เกิดการระคายเคืองแพ้แสงแดดได้ง่าย เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนัง

ที่อันตรายที่สุดก็คือ ผลกระทบต่อจอตา ซึ่งมีหน้าที่รับแสงในการมองเห็นทำให้จอประสาทตาอักเสบ ซึ่งถ้าอักเสบบ่อยๆอาจถึงขั้นตาบอดในที่สุด

คนสวยไม่จำเป็นต้อง “ขาว” และ “ความขาว” ก็ไม่ได้ทำให้สวย

หยุด! ทำร้ายผิวพรรณดีๆของคุณเองตั้งแต่วันนี้ ก่อนที่จะกลายเป็นโศกนาฏกรรม..ความสวยซ้ำซากและซ้ำเติมความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ต่อไปอีก

ขอบคุณที่มาจากthairath