ขายยาออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก

ขายยาออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก

ขายของออนไลน์อย่างไรไม่เสี่ยงคุก (ตอนที่ 2/3)

           อาหารเสริมผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร     และเครื่องสำอาง สามารถจำหน่ายโดยบุคคลทั่วไปได้ค่ะ และสามารถขายบนอินเตอร์เน็ตได้

แต่สำหรับผลิตภัณฑ์ยา นอกเหนือจากยาสามัญประจำบ้านแล้ว จะต้องจำหน่ายโดยผู้ที่ประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมเท่านั้น และต้องปฏิบัติการในสถานที่ที่ได้รับอนุญาตด้วยค่ะ ดังนั้น นอกจากบุคคลทั่วไปจะไม่สามารถขายยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้านได้แล้ว แม้แต่เภสัชกรเองก็ไม่สามารถขายยาบนอินเตอร์เน็ตได้นะคะ

          ด้วยเหตุนี้ หากใครที่กำลังสนใจจะขายยาคุมนมโต, ยาลดน้ำหนัก, ยารักษาสิว, ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรือยาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน โดยเฉพาะการขายทางสื่อออนไลน์ รวมถึงผู้ที่ทำ (พลาด) ไปแล้ว ต้องหยุดคิดหยุดทำโดยด่วน ก่อนที่จะถูกจับกุมเป็นรายต่อไป เพราะการกล่าวอ้างว่ารู้เท่าไม่ถึงการณ์คงนำมาใช้ไม่ได้ค่ะ เนื่องจากมีข้อความสีแดงในกรอบสี่เหลี่ยม ระบุว่าเป็น “ยาอันตราย” หรือ “ยาควบคุมพิเศษ” อยู่ที่กล่องบรรจุภัณฑ์หรือที่ฉลากยาอย่างชัดเจนและเด่นชัดสะดุดตาอยู่แล้ว 

หากบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่เภสัชกร ขายยาอันตราย, ยาควบคุมพิเศษ หรือยาอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน ถือเป็นการประกอบวิชาชีพเภสัชกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษตามพระราชบัญญัติวิชาชีพเภสัชกรรม พ.ศ. 2537 มาตรา 28 จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับตามมาตรา 50

          อีกทั้งการขายยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน จะต้องได้รับอนุญาตก่อน หากฝ่าฝืน ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 12 จะต้องได้รับโทษตามมาตรา 101 คือ จำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท แต่หากขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 มาตรา 46 จะต้องได้รับโทษตามมาตรา 111 คือ จำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาทนะคะ 

สำหรับผู้ที่เคยขออนุญาตขายยาและมีสถานที่จำหน่ายเป็นหลักแหล่งแล้วตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 19 มีข้อกำหนดว่าต้องไม่ขายนอกสถานที่ที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต เพราะยาไม่ใช่สินค้าทั่วไป การซื้อจึงต้องได้รับคำแนะนำที่ถูกต้องจากผู้ปฏิบัติวิชาชีพโดยตรง ดังนั้น การขายในอินเทอร์เน็ตซึ่งถือเป็นการขายนอกสถานที่ หากเป็นยาแผนปัจจุบันมีโทษปรับ 2,000 – 5,000 บาทตามมาตรา 102 หรือหากเป็นยาแผนโบราณก็จะมีโทษปรับ 1,000 – 3,000 บาทตามมาตรา 112 อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นในกรณีที่เป็นการขายส่งค่ะ

          แต่ อ๊ะ… อ๊ะ… ไม่ใช่ว่าจะขายยาในปริมาณมากแบบเหมาโหลหรือยกกล่องให้กับประชาชนทั่วไปแล้วจะไม่ผิดกฎหมายนะคะ เพราะการขายส่งนั้นหมายถึงต้องขายให้กับผู้ที่มีใบอนุญาตขายยาหรือขายส่งยา กระทรวง ทบวง กรม สภากาชาดไทย องค์การเภสัชกรรม ผู้ที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล ผู้ประกอบวิชาชีพการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบัน หรือผู้ประกอบการบำบัดโรคสัตว์ เท่านั้นค่ะ

และนอกจากนี้ การขายยาทางสื่อออนไลน์ยังอาจจะมีความผิดฐานโฆษณาตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มาตรา 88 – 90 ซึ่งมีโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาทอีกด้วย 

          จะเห็นได้ว่า การขายยาที่ไม่ใช่ยาสามัญประจำบ้าน โดยผู้ที่ไม่ใช่เภสัชกร และไม่มีใบอนุญาตขายยา ตามช่องทางสื่อออนไลน์ มีความเสี่ยงที่จะผิดกฎหมายหลายมาตรา และรับโทษหลายเด้งทั้งจำทั้งปรับ 

ดังนั้น ผู้ที่กำลังทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นยาใด ๆ หรือแม้กระทั่งยาคุมนมโตที่ว่าสร้างรายได้ “เป็นกอบเป็นกำ” ให้กับผู้ขายทั้งรายใหญ่และรายย่อย ถือว่าขู่แล้ว เอ๊ย! เตือนแล้วนะคะว่าอาจกลายเปลี่ยนเป็น “ทั้งกรอบทั้งกรรม” ถ้ายังไม่หยุดขาย

ขอบคุณที่มาจากthairath